รับเดินสายไฟ , ช่างเดินสายไฟ , เดินสายไฟสำหรับคอมพิวเตอร์ , เดินรางไฟ , บริการรับเดินสายไฟ , ช่างไฟ , เดินไฟบ้าน

windows8

lan

admn

รับเดินสายไฟ , ช่างเดินสายไฟ , เดินสายไฟสำหรับคอมพิวเตอร์ , เดินรางไฟ , รับเดินไฟ , บริการรับเดินสายไฟ

เดินสายไฟ Absolute มีความเชี่ยวญชาญในการออกแบบและ การเดินสายไฟ ทั้งระบบ เดินสายไฟขนาดเล็ก ไปถึง การ เดินสายไฟ ระดับโรงงานใหญ่ ๆ โดยทีมงาน engineer และ system engineer เพื่อออกแบบระบบให้มีความเหมาะสมกับการทำงานและสภาพแวดล้อมากที่สุด นอกจาก การ เดินสายไฟ แล้ว ทางทีมงานมีความเชี่ยวชาญทางด้านการเดินสายอื่นๆ ได้แก่ การออกแบบและ เดินสายไฟ แสงสว่าง สายโทรศัพท์ สายภาพและเสียง และระบบกล้องวงจรปิด และสายสัญญาณทุกชนิด เรามีทีมคุมงานระดับวิศวะกร แต่ราคา เหมือนช่างตามบ้าน


เดินสายไฟ Absolute ให้การรับประกันการ เดินสายไฟ เป็นระยะเวลา 12 เดือน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า เราเลือกอุปกรณ์และทำงานด้วยมืออาชีพ
เดินสายไฟ Absolute ให้บริการมากว่า 15 ปี และด้วยความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 500 ราย สนใจบริการติดต่อ 081-9160211 หรือ เมล์ boss@asis.co.th (peter)

รับเดินสายไฟ , ช่างเดินสายไฟ , เดินสายไฟสำหรับคอมพิวเตอร์ , เดินรางไฟ , บริการรับเดินสายไฟ , ช่างไฟ , เดินไฟบ้าน

เดินสายไฟ แบบราคาเหมาอุปกรณ์

     บริการเดินสายไฟ สำหรับ solution นี้เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการ เดินสายไฟ ด้วยความรวดเร็วสะดวกและปลอดภัย ด้วยทีมคุมงาน จาก วิศวะกร จุฬา

จำนวนจุด ราคาติดตั้ง/จุด หมายเหตุ
เดินสายไฟ 1-3 จุด
โทรสอบถาม
กรุงเทพ และ จังหวัดใกล้เคียง
เดินสายไฟ 4-10 จุด
โทรสอบถาม
กรุงเทพ และ จังหวัดใกล้เคียง
เดินสายไฟ 11-20 จุด
โทรสอบถาม
กรุงเทพ และ จังหวัดใกล้เคียง
เดินสายไฟ 21-40 จุด
โทรสอบถาม
กรุงเทพ และ จังหวัดใกล้เคียง
เดินสายไฟ มากกว่า 41 จุด
โทรสอบถาม
กรุงเทพ และ จังหวัดใกล้เคียง

 


รับเดินสายไฟ , ช่างเดินสายไฟ , เดินสายไฟสำหรับคอมพิวเตอร์ , เดินรางไฟ , บริการรับเดินสายไฟ , รับเดินไฟ , ช่างไฟ , บริการรับเดินไฟ , เดินไฟบ้าน , รับเดินไฟบ้าน , รับเดินไฟโรงงาน , เดินไฟโรงงาน , เดินไฟออฟฟิต

แนวปฏิบัติในการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า


ข้อกำหนดการเดินสายไฟฟ้าสำหรับงานทั่วไป

6.1 ขอบเขต
ข้อกำหนดนี้ครอบคลุมการเดินสายไฟทั้งหมด
ยกเว้น การเดินสายไฟที่เป็นส่วนประกอบภายในของเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น มอเตอร์ แผงควบคุมและแผงสวิตซ์ต่าง ๆ ซึ่งประกอบสำเร็จจากโรงงาน การเดินสายนอกเหนือจากที่กล่าวในบทนี้ยอมให้ทำได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

6.2 สายไฟฟ้า

6.2.1 ข้อกำหนดการใช้งานของสายไฟฟ้าตาม มอก.11
6.2.2 ขนาดกระแสของสายไฟฟ้า

6.3 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับระบบแรงต่ำ
6.3.1 สายไฟฟ้าของระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันต่างกัน ให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังนี้
(1) ระบบแรงต่ำทั้ง AC และ DC ให้ติดตั้งสายไฟฟ้ารวมกันอยู่ภายในท่อสายหรือเครื่องห่อหุ้มเดียวกันได้ ถ้าฉนวนของสายทั้งหมดที่ติดตั้งนั้นเหมาะสมกับระบบแรงดันสูงสุดที่ใช้
(2) ห้ามติดตั้งสายไฟฟ้าระบบแรงต่ำรวมกับสายไฟฟ้าระบบแรงสูงในท่อสายหรือเครื่องห่อหุ้มเดียวกัน
ยกเว้น ในแผงสวิตซ์ บ่อพักสายหรือเครื่องห่อหุ้มอื่นที่ไม่ได้ใช้เพื่อการเดินสาย
6.3.2 สายไฟฟ้าต้องมีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพดังนี้
(1) การเดินสายไฟ ทะลุผ่านโครงสร้างไม้ รูที่เจาะผ่านโครงสร้างต้องห่างจากขอบไม้ไม่น้อยกว่า 3 เซนติเมตร หากรูที่เจาะห่างจากขอบน้อยกว่า 3 เซนติเมตรหรือเดินสายในช่องบาก ต้องป้องกันไม่ให้ตะปูหรือหมุดเกลียวถูกสายได้
(2) การเดินสายไฟชนิดที่มีเปลือกนอกไม่เป็นโลหะทะลุผ่านโครงสร้างโลหะที่เจาะเป็นช่องหรือรูต้องมี bushing grommet ยึดติดกับช่องหรือรู เพื่อป้องกันฉนวนของสายชำรุด
ยกเว้น ช่องหรือรูที่มีขอบมน หรือผิวเรียบ
(3) การเดินสายไฟทะลุผ่านโครงสร้างอื่น ต้องมีปลอกที่เป็นฉนวนไฟฟ้าสวมหรือจัดทำรูให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันฉนวนที่หุ้มสายเสียหาย
6.3.3 การป้องกันการผุกร่อน
ท่อสาย เกราะหุ้มเคเบิล (Cable armor) เปลือกนอกของเคเบิล กล่อง ตู้ ท่อโค้ง ข้อต่อและเครื่องประกอบการเดินท่ออื่น ๆ ต้องเป็นวัสดุที่เหมาะสมหรือมีการป้องกันที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่สิ่งนั้นติดตั้งอยู่ การป้องกันการผุกร่อนต้องทำ ทั้งภายในและภายนอกเครื่องอุปกรณ์ โดยการเคลือบด้วยวัสดุที่ทนต่อการผุกร่อน เช่นสังกะสี แคดเมียม หรือ enamel ในกรณีที่มีการป้องกันการผุกร่อนด้วย enamel ห้ามใช้ในสถานที่เปียกหรือภายนอกอาคาร กล่องต่อสายหรือตู้ที่ใช้กรรมวิธีป้องกันการผุกร่อนด้วย organic coating ยอมให้ใช้ภายนอกอาคารได้เฉพาะ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้วเท่านั้น
 
6.3.4 การติดตั้งวัสดุและการจับยึด
(1) ท่อสาย รางเดินสายไฟ รางเคเบิล อุปกรณ์จับยึดเคเบิล กล่อง ตู้และเครื่องประกอบการเดินท่อ ต้องยึดกับที่ให้มั่นคง
(2) ท่อสาย เกราะหุ้มและเปลือกนอกของเคเบิล ทั้งที่เป็นโลหะและที่ไม่ใช่โลหะ ต้องต่อเนื่องระหว่างตู้ กล่อง เครื่องประกอบการเดินท่อ สิ่งห่อหุ้มอย่างอื่นหรือจุดต่อไฟฟ้า
(3) การเดินสายไฟในท่อสาย
สำหรับแต่ละจุดที่มีการต่อสาย ปลายท่อ จุดต่อไฟฟ้า จุดต่อสายแยก จุดติดสวิตซ์ หรือจุดดึงสาย ต้องติดตั้งกล่องหรือเครื่องประกอบการเดินท่อ
ยกเว้น การต่อสายในสิ่งห่อหุ้มสายที่มีฝาเปิดออกได้แเละเข้าถึงได้ภายหลังการติดตั้ง
(4) สายไฟฟ้าในท่อสายแนวดิ่งต้องมีการจับยึดสายที่ปลายบนของท่อสายและต้องมีการจัดยึดสายเป็นช่วง ๆ ซึ่งห่างไม่เกินตามที่กำหนดใน ตาราง 6-3
ยกเว้น ถ้าระยะตามแนวดิ่ง น้อยกว่าร้อยละ 25 ของระยะที่กำหนดไม่ต้องใช้ที่จับยึด
 
6.3.5 จุดเปลี่ยนการเดินสายจากวิธีใช้ท่อสายหรือรางเคเบิลเป็นวิธีเดินสายในที่โล่งหรือเดินสายซ่อน ต้องใช้กล่องหรือเครื่องประกอบการเดินท่อ เช่น service entrance connector ตรงปลายท่อที่มีรูเป็นบุชชิ่งแยกกัน 1 รู สำหรับ 1 ท่อ อนุญาตให้ใช้บุชชิ่งแทนการใช้กล่องหรือ terminal fitting ที่ปลายท่อในเมื่อปลายของท่อสายเดินล้ำเข้าไปในแผงสวิตซ์แบบเปิดหรือแผงควบคุมแบบเปิดได้
 
6.3.6 ต้องป้องกันไม่ให้เกิดกระแสเหนี่ยวนำในเครื่องห่อหุ้มหรือท่อสายที่เป็นโลหะดังต่อไปนี้
(1) เมื่อติดตั้งสายสำหรับระบบไฟฟ้ากระแสสลับในเครื่องห่อหุ้มหรือท่อสายที่เป็นโลหะ ต้องจัดทำมิให้เกิดความร้อนแก่โลหะที่ล้อมรอบ เนื่องจากผลของการเหนี่ยวนำ เช่น โดยการรวมสายทุกเส้นของวงจรและสายนิวตรอล (ถ้ามี) รวมทั้งสายดินของเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ในสิ่งห่อหุ้มหรือท่อสายเดียวกัน
(2) เมื่อสายเดี่ยวของวงจรเดินทะลุผ่านโลหะที่มีคุณสมบัติเป็นแม่เหล็กจะต้องจัดให้ผลจากการเหนี่ยวนำมีน้อยที่สุด โดยการตัดร่องให้ถึงกันระหว่างรูแต่ละรูที่ร้อยสายแต่ละเส้น หรือโดยการร้อยสายทุกเส้นของวงจรผ่านช่องเดียวกัน
 
6.3.7 ท่อสาย กล่อง ตู้ เครื่องประกอบ และเครื่องห่อหุ้มที่เป็นโลหะ ต้องต่อลงดิน
 
6.3.8 ในท่อสายและรางเคเบิล ต้องไม่มีท่อสำหรับงานอื่นที่ไม่ใช่งานไฟฟ้า เช่น ท่อไอน้ำ ท่อประปา ท่อก๊าซ ฯลฯ
 
6.3.9 เมื่อเดินท่อสายผ่านที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันมาก เช่น เดินท่อสายเข้า-ออก ห้องเย็น ต้องมีการป้องกันการไหลเวียนของอากาศภายในท่อ จากส่วนที่มีอุณหภูมิสูงไปส่วนที่มีอุณหภูมิเย็นกว่าเพื่อไม่ให้เกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำภายในท่อ
 
6.3.10 การกำหนดสีของสายไฟฟ้าหุ้มฉนวน
(1) สายนิวตรอล ใช้สายสีเทาอ่อน หรือขาว
(2) สายดิน ใช้สายสีเขียว หรือสีเขียวแถบเหลือง
(3) สายเส้นไฟ ใช้สายที่มีสีต่างไปจากสายนิวตรอลและสายดิน

ข้อยกเว้นที่ 1 สายไฟฟ้าที่มีขนาดโตกว่า 16 ตารางมิลลิเมตร ให้ทำเครื่องหมายแทนการกำหนดสีที่ปลายสาย
ข้อยกเว้นที่ 2 สายออกจากมิเตอร์ถึงเมนสวิตซ์

6.4 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับระบบแรงสูง
เป็นไปตามที่ได้กำหนดในข้อ 6.3 และเพิ่มเติมดังนี้
 
6.4.1 กล่อง เครื่องประกอบการเดินท่อ และสิ่งห่อหุ้มอื่นที่คล้ายกันต้องมีฝาปิดที่เหมาะสมเพื่อป้องกัน การสัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้าโดยบังเอิญ และป้องกันความเสียหายทางกายภาพต่อชิ้นส่วนต่าง ๆ หรือฉนวน
6.4.2 รัศมีการตัดโค้งของสายไฟฟ้า
(1) สายไฟชนิดไม่มีปลอกคั่นหรือไม่มีเปลือกตะกั่ว ต้องมีรัศมีการตัดโค้งไม่น้อยกว่า 8 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก
(2) สายไฟชนิดมีปลอกคั่นหรือมีเปลือกตะกั่วหุ้มต้องมีรัศมีการดัดโค้งไม่น้อยกว่า 12 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก

6.5 การเดินสายไฟบนผิวอาคาร
 
6.5.1 ใช้เดินสายไฟระบบแรงต่ำทั่วไปภายในอาคาร โดยใช้สายไฟฟ้าตาม มอก.11
6.5.2 การเดินสายไฟต้องป้องกันไม่ให้ฉนวนของสายชำรุด
6.5.3 การเดินสายไฟโดยใช้เข็มขัดรัดสาย ต้องมีระยะห่างของเข็มขัดรัดสายไม่เกิน 20 เซนติเมตร
6.5.4 การต่อและการต่อแยกสายให้ทำในกล่องต่อสายสำหรับงานไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติตามข้อ 6.21 เท่านั้น
6.5.5 การเดินสายไฟทะลุผ่านผนังหรือสิ่งก่อสร้าง จะต้องมีการป้องกันสาย โดยจะต้องร้อยสายผ่านปลอกฉนวนที่เหมาะสมและไม่ดูดความชื้นเพื่อป้องกันฉนวนของสายไฟฟ้าเสียหาย
6.5.6 การเดินสายไฟ ให้ติดตั้งเรียงเป็นชั้นเดียว ห้ามซ้อนกัน
6.5.7 สายไฟฟ้าหุ้มฉนวนและเปลือกแกนเดียว สายแบน 2 แกน และสายแบน 3 แกน (VAF) ตาม มอก.11 ตารางที่ 2 หากเดินบนผิวภายนอกของอาคาร ยอมให้เฉพาะติดตั้งได้ชายคาหรือกันสาด

6.6 การเดินสายไฟเปิดบนวัสดุฉนวน
 
6.6.1 เป็นการเดินสายแบบเปิดโล่ง โดยใช้ตุ้ม ลูกรอก หรือลูกถ้วยเพื่อการจับยึด สายไฟฟ้าที่ใช้ต้องเป็นสายเดี่ยวและต้องไม่ถูกปิดบังด้วยโครงสร้างของอาคาร
6.6.2 สำหรับระบบแรงต่ำ
(1) การเดินสายเปิดบนวัสดุฉนวนภายในอาคารให้ใช้ได้เฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม งานเกษตรกรรม และงานแสดงสินค้าเท่านั้น
(2) ต้องมีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพตามข้อ 6.3.2 และสายต้องอยู่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร
(3) การเดินสายในสถานที่ชื้น เปียกหรือมีไอที่ทำให้เกิดการผุกร่อน ต้องมีการจัดทำเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่สายไฟฟ้าได้
(4) สายไฟฟ้าที่ใช้ต้องเป็นสายหุ้มฉนวน
ยกเว้น สายที่ป้อนกำลังให้ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ได้บนราง
(5) วัสดุฉนวนสำหรับการเดินสาย ต้องเป็นชนิดที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
(6) การเดินสายไฟเปิดบนวัสดุฉนวนภายในอาคารให้เป็นไปตามที่กำหนดใน
(7) การเดินสายไฟเปิดบนตุ้มภายนอกอาคาร ยอมให้เป็นไปตามที่กำหนด ของการเดินสายเปิดบนตุ้มภายในอาคาร หากเดินสายข้ามที่โล่งจะต้องใช้สายขนาดไม่เล็กกว่า 2.50 ตารางมิลลิเมตร และระยะระหว่างจุดจับยึดสายต้องไม่เกิน 5 เมตร
(8) การเดินสายไฟเปิดบนลูกรอกหรือลูกถ้วยภายนอกอาคารให้เป็นไปตามที่กำหนด
6.6.3 สำหรับระบบแรงสูง
(1) การติดตั้ง ต้องจัดให้เข้าถึงได้เฉพาะผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
(2) ในกรณีที่ติดตั้งสายยึดโยง จะต้องติดตั้งลูกถ้วยยึดโยงในสายยึดโยงลูกถ้วยนี้ต้องอยู่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร และต้องมีคุณสมบัติทางกลและทางไฟฟ้าเพียงพอกับสภาพการใช้งาน ตาม มอก.280 ภ
(3) การเดินสายต้องเป็นไปตามข้อ 6.6.2 (3) และ (5) ภ
(4) ต้องมีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพและสายไฟฟ้าต้องอยู่เหนือพื้นดิน อาคารหรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ตาม
ตารางที่ 3-4
(5) ลวดผูกสาย ต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เล็กกว่า 4 มิลลิเมตร ถ้าเป็นสายเปลือยลวดผูกสายต้องเป็นชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการผุกร่อน เนื่องจากโลหะต่างขนิดกัน

6.7 การเดินสายไฟในท่อร้อยสายชนิดท่อโลหะหนา (RIGID METAL CONDUIT) ท่อโลหะหนาปานกลาง (INTERMEDIATE METAL CONDUIT) และท่อโลหะบาง (ELECTRICAL METALLIC TUBING)
6.7.1 การใช้งาน
ใช้กับงานเดินสายทั่วไป ทั้งในสถานที่แห้ง ชื้นและเปียก นอกจากจะได้มีกำหนดไว้เฉพาะในเรื่องนั้น ๆ โดยต้องติดตั้งให้เหมาะสมกับกับสภาพการใช้งาน
6.7.2 ขนาดของท่อร้อยสาย
(1) ห้ามใช้ท่อร้อยสายที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 12.70 มิลลิเมตร (0.5 นิ้ว)
(2) ท่อโลหะหนาต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ใหญ่กว่า 150 มิลลิเมตร (6 นิ้ว)
(3) ท่อโลหะหนาปานกลางและท่อโลหะบางต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ใหญ่กว่า 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว)
6.7.3 ข้อกำหนดเกี่ยวกับสายไฟฟ้าในท่อร้อยสาย
(1) กำหนดขนาดกระแสไฟฟ้าของสายในท่อร้อยสาย
(2) จำนวนสูงสุดของสายไฟฟ้าหุ้มด้วยฉนวนแกนเดียวตาม มอก.11
(3) พื้นที่หน้าตัดรวมของสายไฟฟ้าต่างขนาดเดินรวมกันในท่อร้อยสาย เป็นไปตาม
6.7.4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง
(1) ในสถานที่ชื้นหรือเปียก ท่อโลหะและส่วนประกอบ ต้องเป็นชนิดที่ทนต่อการผุกร่อนได้
(2) ปลายท่อที่ตัดออกต้องลบคม เพื่อป้องกันไม่ให้บาดฉนวนของสาย
(3) การทำเกลียวต้องใช้เครื่องทำเกลียวชนิดปลายเรียว สำหรับท่อโลหะบางห้ามทำเกลียว
(4) ข้อต่อ (coupling) และข้อต่อยึด (Connector) ต้องต่อให้แน่น เมื่อฝังในอิฐก่อหรือคอนกรีต ต้องใช้ชนิดฝังในคอนกรีต (concrete tight) เมื่อติดตั้งในสถานที่เปียกต้องใช้ชนิดกันฝน (rain tight)
(5) การต่อสาย ให้ทำได้เฉพาะในกล่องต่อสาย หรือกล่องจุดต่อไฟฟ้าที่สามารถเปิดออกได้สะดวก ปริมาตรของสายฉนวนและหัวต่อสาย เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 75 ของปริมาตรภายในกล่องต่อสาย หรือกล่องจุดต่อไฟฟ้า
(6) การต่อท่อร้อยสายเข้ากับกล่องต่อสาย หรือเครื่องประกอบการเดินท่อ ต้องมีบุชชิ่งเพื่อป้องกัน ไม่ให้ฉนวนหุ้มสายไฟฟ้าชำรุด
(7) มุมดัดโค้งของท่อร้อยสายระหว่างจุดดึงสาย รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 360 องศา
(8) ท่อโลหะหนาและท่อโลหะหนาปานกลางใช้ฝังในผนังและพื้นคอนกรีต ฝังดินหรือเดินภายนอกอาคาร
(9) ท่อโลหะบางใช้ฝังในผนังคอนกรีตได้
(10) ห้ามติดตั้งท่อโลหะบางฝังดิน ฝังในพื้นคอนกรีต ในที่อันตรายใช้ในระบบแรงสูง หรือที่ซึ่งอาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ
(11) ห้ามใช้ท่อร้อยสายเป็นตัวนำแทนสายดิน
(12) ต้องติดตั้งท่อร้อยสายให้เสร็จก่อนร้อยสายไฟฟ้า
(13) ท่อร้อยสาย ต้องยึดกับที่ให้มั่นคงด้วยอุปกรณ์จับยึดที่เหมาะสม เช่น C-channel Strap โดยมีระยะห่างระหว่างอุปกรณ์จับยึดไม่เกิน 3 เมตร และห่างจากกล่องต่อสายหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่เกิน 90 เซนติเมตร
6.7.5 การตัดโค้งท่อร้อยสาย
(1) ต้องไม่ทำให้ท่อชำรุด
(2) ท่อร้อยสายสำหรับร้อยสายไฟฟ้าทั่วไป รัศมีดัดโค้งด้านในของท่อ ต้องไม่น้อยกว่า 6 เท่า ของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ
ยกเว้น ท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12.70 มิลลิเมตร (0.5 นิ้ว) รัศมีดัดโค้งด้านในของท่อต้องไม่น้อยกว่า 8 เท่า ของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ
(3) ท่อร้อยสายสำหรับร้อยสายไฟฟ้าชนิดมีปลอกตะกั่ว รัศมีดัดโค้งด้านในของท่อต้องไม่น้อยกว่า 10 เท่า ของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ
ยกเว้น ท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12.70 มิลลิเมตร (0.5 นิ้ว) รัศมีดัดโค้งด้านในของท่อต้องไม่น้อยกว่า 12 เท่าของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ

6.8 การเดินสายในท่อร้อยสายชนิดท่อโลหะอ่อน (FLEXIBLE METAL CONDUIT)
 
6.8.1 การใช้งาน
(1) ใช้ในสถานที่แห้งและเข้าถึงได้เพื่อป้องกันสายจากความเสียหายทางกายภาพหรือเพื่อเดินซ่อนสาย
(2) ห้ามใช้ท่อโลหะอ่อนในสถานที่ต่อไปนี้
ก. ในปล่องลิฟท์หรือปล่องขนของ
ข. ในห้องแบตเตอรี่
ค. ในที่อันตราย
ง. ใต้ดินหรือในคอนกรีต
6.8.2 ขนาดของท่อโลหะอ่อน ต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เล็กกว่า 12.70 มิลลิเมตร (0.5 นิ้ว)
ยกเว้น ท่อโลหะอ่อนที่ประกอบมากับขั้วหลอดไฟฟ้าและมีความยาวไม่เกิน 180 เซนติเมตร
6.8.3 ข้อกำหนดเกี่ยวกับสายไฟฟ้าในท่อร้อยสาย เป็นไปตามข้อ 6.7.3
6.8.4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง
(1) ต้องติดตั้งท่อให้เสร็จก่อนร้อยสายไฟฟ้า
(2) ห้ามใช้ท่อโลหะอ่อนเป็นตัวนำแทนสายดิน
(3) มุมดัดโค้งของท่อร้อยสายระหว่างจุดดึงสายรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 360 องศา
(4) ระยะห่างระหว่างอุปกรณ์จัดยึด ต้องไม่เกิน 1.50 เมตร และห่างจากกล่องต่อสายหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่เกิน 30 เซนติเมตร

6.9 การเดินสายในท่อร้อยสายชนิดท่อโลหะอ่อนกันของเหลว (LIQUIDTIGHT FLEXIBLE METAL CONDUIT)
6.9.1 การใช้งาน
(1) ใช้ในสภาพการติดตั้ง การใช้งาน และการบำรุงรักษา ที่ต้องกาความอ่อนตัวของท่อหรือเพื่อป้องกันสายไฟฟ้าชำรุดจากไอ ของเหลวหรือของแข็งหรือในที่อันตราย
(2) ห้ามใช้ท่อโลหะอ่อนกันของเหลวในสถานที่ต่อไปนี้
ก. สถานที่ซึ่งอาจได้รับความเสียหายทางกายภาพ
ข. ในที่ซึ่งอุณหภูมิโดยรอบหรืออุณหภูมิใช้งานของสายไฟฟ้าสูงมากจนทำให้ท่อเสียหาย
6.9.2 ขนาดของท่อโลหะอ่อนกันของเหลว มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 12.70 มิลลิเมตร (0.5 นิ้ว) ถึงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว)
6.9.3 ข้อกำหนดเกี่ยวกับสายไฟฟ้าในท่อโลหะอ่อนกันของเหลว เป็นไปตามข้อ 6.7.3
6.9.4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง เป็นไปตามข้อ 6.8.4

6.10 การเดินสายไฟในท่อร้อยสายชนิดท่ออโลหะ (NONMETALLIC CONDUIT)

ท่อร้อยสายชนิดท่ออโลหะและเครื่องประกอบการเดินท่อต้องใช้วัสดุที่เหมาะสมทนต่อความชื้น สภาวะอากาศและสารเคมี สำหรับท่อที่ใช้เหนือดินต้องมีคุณสมบัติด้านเปลวเพลิง ทนแรงกระแทกและแรงอัด ไม่บิดเบี้ยว เพราะความร้อนภายใต้สภาวะที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้งาน ทนต่อผลจากแสงอาทิตย์ สำหรับท่อที่ใช้ใต้ดิน วัสดุที่ใช้ต้องทนความชื้น ทนสารที่ทำให้ผุกร่อนและมีความแข็งแรง เพียงพอที่จะทนแรงกระแทกได้โดยไม่เสียหาย ถ้าใช้ฝังดินโดยตรงโดยไม่มีคอนกรีตหุ้ม วัสดุที่ใช้ต้องสามารถทนน้ำหนักกดที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการติดตั้งได้
6.10.1 การใช้งาน
(1) ให้ใช้ท่อร้อยสายชนิดท่ออโลหะได้ในสถานที่ต่อไปนี้
ก. เดินซ่อนในผนังพื้นและเพดาน
ข. ในบริเวณที่ทำให้เกิดการผุกร่อนและเกี่ยวข้องกับสารเคมี ถ้าท่อและเครื่องประกอบ การเดินท่อได้ออกแบบไว้สำหรับใช้งานในสภาพดังกล่าว
ค. ในที่เปียกหรือชื้น ซึ่งได้จัดให้มีการป้องกันน้ำเข้าไปในท่อ
ง. ในที่เปิดโล่ง (exposed) ซึ่งไม่เกิดความเสียหายทางกายภาพ
จ. การติดตั้งใต้ดินต้องเป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 6.19
(2) ห้ามใช้ท่อร้อยสายชนิดท่ออโลหะ ในสถานที่ต่อไปนี้
ก. ในที่อันตราย
ข. ใช้เป็นเครื่องแขวนและจับยึดดวงโคม
ค. อุณหภูมิโดยรอบหรืออุณหภูมิใช้งานของสายเกินกว่าอุณหภูมิที่ท่อทนได้
ง. ในโรงมหรสพ หรือที่คล้ายกัน
6.10.2 เมื่อเดินท่อเข้ากล่องหรือส่วนประกอบอื่น ๆ ต้องจัดให้มีบุชชิ่ง หรือป้องกันไม่ให้ฉนวนของสายชำรุด
6.10.3 ห้ามใช้ท่อร้อยสายชนิดท่ออโลหะที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 15 มิลลิเมตร
6.10.4 จำนวนสายในท่อร้อยสายต้องไม่เกินตามที่กำหนดหรือแล้วแต่กรณี
6.10.5 มุมดัดโค้งของท่อร้อยสายระหว่างจุดดึงสายรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 360 องศา
6.10.6 ต้องติดตั้งระบบท่อให้เสร็จก่อน จึงทำการเดินสายไฟฟ้า

6.11 การเดินสายไฟ ในท่อร้อยสายชนิดท่ออโลหะอ่อนกันของเหลว (LIQUIDTIGHT FLEXIBLE NONMETALLIC CONDUIT)
6.11.1 ท่ออโลหะอ่อนกันของเหลว เป็นท่อกลม ไม่มีตะเข็บ ทำด้วยวัสดุต้านทานเปลวไฟและต้องเป็นชนิดที่ผลิตเพื่อใช้เป็นท่อร้อยสายไฟฟ้า
6.11.2 การใช้งาน
(1) ติดตั้งได้ทั้งแบบเปิดโล่งหรือเดินซ่อน
(2) ใช้ในสภาพการติดตั้ง การใช้งาน และการบำรุงรักษาที่ต้องการความอ่อนตัวของท่อหรือป้องกันสายไฟฟ้าชำรุดจากไอ ของเหลว หรือของแข็ง
(3) ห้ามใช้ท่ออโลหะอ่อนกันของเหลวในสถานที่ต่อไปนี้
ก. สถานที่ซึ่งอาจได้รับความเสียหายทางกายภาพ
ข. ในที่ซึ่งผลรวมของอุณหภูมิ ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิโดยรอบและอุณหภูมิของตัวนำเกินกว่าอุณหภูมิวัสดุของท่อ
ค. มีความยาวเกิน 1.80 เมตร
ยกเว้น ได้รับความเห็นชอบจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ง. ในระบบแรงสูง
6.11.3 ขนาดของท่ออโลหะอ่อนกันของเหลวมีตั้งแต่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12.70 มิลลิเมตร (0.5 นิ้ว) ถึงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว)
6.11.4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับสายไฟฟ้าในท่อร้อยสาย เป็นไปตาม

6.12 การ เดินสายไฟ ในช่องเดินสายโลหะแบบติดพื้นผิว (SURFACE METAL RACEWAYS)
6.12.1 การใช้งาน
(1) ใช้ในสถานที่แห้ง
(2) ห้ามใช้ช่องเดินสายโลหะแบบติดพื้นผิวในสถานที่ต่อไปนี้
ก. สถานที่ที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ
ข. ในระบบแรงสูง
ค. ในบริเวณที่มีไอที่ทำให้ผุกร่อน
ง. ในปล่องลิฟท์หรือปล่องขนของ
จ. ในที่อันตราย
ฉ. เดินซ่อน
6.12.2 ข้อกำหนดเกี่ยวกับสายไฟฟ้า
(1) ชนิด ขนาด จำนวนของสายไฟฟ้าที่จะเดินในช่องเดินสาย เป็นไปตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้
(2) ขนาดกระแสของสายในช่องเดินสายไฟ โดยไม่ต้องใช้ตัวคูณลดเรื่องจำนวนสาย ถ้าเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้ทั้งหมด
ก. พื้นที่หน้าตัดของช่องเดินสายมากกว่า 2,580 ตารางมิลลิเมตร (4 ตารางนิ้ว)
ข. จำนวนสายไฟฟ้าที่มีกระแสไหลในช่องเดินสาย ต้องไม่เกิน 30 เส้น
ค. พื้นที่หน้าตัดของตัวนำและฉนวนทุกเส้นในช่องเดินสาย รวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่หน้าตัดภายในช่องเดินสาย
6.12.3 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง
(1) การต่อสาย ให้ทำในกล่องต่อสายหรือภายในช่องเดินสายที่เปิดออกได้ และเข้าถึงได้หลังติดตั้งแล้ว พื้นที่หน้าตัดของสายรวมทั้งหัวต่อสายรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 75 ของพื้นที่หน้าตัด ภายในบริเวณจุดต่อสาย
(2) ห้ามต่อช่องเดินสายตรงจุดที่ทะลุผ่านผนังหรือพื้น
(3) ห้ามดัดโค้งช่องเดินสายไฟ
(4) ภายในช่องเดินสายผิวต้องเรียบ ไม่มีส่วนคมที่อาจบาดสายได้
(5) จุดปลายทางของช่องเดินสายต้องปิด
(6) ห้ามใช้ช่องเดินสายเป็นตัวนำแทนสายดิน
(7) การติดตั้งช่องเดินสาย ข้องอ ข้อต่อและเครื่องประกอบ ต้องออกแบบให้ชิ้นส่วนต่างๆ มีความต่อเนื่องกันทั้งทางกลและทางไฟฟ้า และต้องไม่ทำให้สายภายในช่องเดินสายชำรุด

6.13 การเดินสายไฟในช่องเดินสายอโลหะแบบติดพื้นผิว (SURFACE NONMETALLIC RACEWAYS)
6.13.1 คุณสมบัติของช่องเดินสายอโลหะแบบติดพื้นผิวต้องทำด้วยวัสดุทนความชื้น ทนบรรยากาศที่มีสารเคมี ไม่ติดไฟ ทนแรงกระแทก ไม่บิดเบี้ยวจากความร้อนในสภาวะการใช้งานและสามารถใช้งานในที่อุณหภูมิต่ำได้
6.13.2 การใช้งาน
(1) ใช้ในสถานที่แห้ง
(2) ห้ามใช้ช่องเดินสายอโลหะแบบติดพื้นผิวในสถานที่ต่อไปนี้
ก. ในที่ซ่อน
ข. ในที่ซึ่งอาจได้รับความเสียหายทางกายภาพ
ค.ในระบบแรงสูง
ง. ในปล่องลิฟท์หรือปล่องขนของ
จ. ในที่อันตราย
ฉ. ในที่มีอุณหภูมิโดยรอบตั้งแต่ 50 องศาเซลเซียสขึ้นไป
ช. ใช้กับสายหุ้มที่มีอุณหภูมิใช้งานเกิน 70 องศาเซลเซียส
6.13.3 ชนิด ขนาด จำนวนของสายไฟฟ้าที่จะเดินในช่องเดินสาย เป็นไปตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้
6.13.4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง เป็นไปตามข้อ 6.12.3 (1) (2) (5)
6.14 การเดินสายในรางเดินสายโลหะ (METAL WIREWAYS)
6.14.1 การใช้งาน
(1) ใช้กับการเดินสายไฟแบบเปิด รางเดินสายที่ติดตั้งในสถานที่เปียก ต้องเป็นแบบกันฝน
(2) ห้ามใช้รางเดินสายไฟโลหะในสถานที่ต่อไปนี้
ก. ในที่ซึ่งอาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ
ข. ในที่มีไอที่ทำให้เกิดการผุกร่อน
ค. ในที่อันตราย
6.14.2 จำนวนสายไฟฟ้าที่มีกระแสไหลในรางเดินสาย ต้องไม่เกิน 30 เส้น สายไฟฟ้าในวงจรสัญญาณหรือวงจรควบคุมระหว่างมอเตอร์กับสตาร์ทเตอร์ที่ใช้เฉพาะช่วงเวลาสตาร์ทมอเตอร์ ไม่ถือว่าเป็นสายไฟฟ้าที่มีกระแสไหล
6.14.3 พื้นที่หน้าตัดของตัวนำและฉนวนทุกเส้นในรางเดินสายรวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่หน้าตัดภายในรางเดินสาย
6.14.4 ขนาดกระแสของสายในรางเดินสาย โดยไม่ต้องใช้ตัวคูณลดเรื่องจำนวนสาย
6.14.5 ในกรณีที่จำนวนสายไฟฟ้าที่มีกระแสไหลในรางเดินสายเกิน 30 เส้น ให้ใช้ตัวคูณลดกระแสเรื่องจำนวนสาย แต่ทั้งนี้พื้นที่หน้าตัดของตัวนำและฉนวนทุกเส้นในรางเดินสายรวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่หน้าตัดภายในรางเดินสายไฟ
6.14.6 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง
(1) การต่อสายในรางเดินสายไฟเฉพาะส่วนที่เข้าถึงได้ พื้นที่หน้าตัดของสายและฉนวนรวมทั้งหัวต่อ รวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 75 ของพื้นที่หน้าตัดภายในของรางเดินสายบริเวณจุดต่อสาย
(2) ห้ามต่อรางเดินสายไฟตรงจุดที่ทะลุผ่านผนังหรือพื้น (3) จุดปลายทางของรางเดินสายต้องปิด
(4) ในรางเดินสายไฟ ตรงตำแหน่งที่ต้องมีการตัด งอสาย เช่นปลายทาง ตำแหน่งที่มีท่อสายเข้า-ออก รางเดินสายต้องจัดให้มีที่ว่างสำหรับตัดงอสายอย่างเพียงพอ และมีการป้องกันไม่ให้มีส่วนคมที่อาจบาดสายได้
(5) ห้ามใช้รางเดินสายไฟเป็นตัวนำแทนสายดิน
(6) รางเดินสายไฟต้องมีการจับยึดทุกระยะไม่เกิน 1.50 เมตร และห่างจากปลายหรือจุดต่อไม่เกิน 1.50 เมตร สำหรับรางเดินสายในแนวดิ่งต้องมีการจัดยึดทุกระยะ 4.50 เมตร และห้ามมีจุดต่อเกิน 1 จุด ในแต่ละระยะจับยึด

6.15 การติดตั้งบัสเวย์ (BUSWAYS)
6.15.1 การใช้งาน
(1) บัสเวย์ต้องติดตั้งในที่เปิดเผย มองเห็นได้ และสามารถเข้าถึงได้เพื่อการตรวจสอบและบำรุงรักษา ตลอดความยาวทั้งหมด
ข้อยกเว้นที่ 1 ยอมให้บัสเวย์ที่ติดตั้งหลังที่กำบัง เช่น เหนือฝ้าเพดาน โดยจะต้องมีทางเข้าถึงได้ และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้ทั้งหมด
ก. ไม่มีการติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินที่บัสเวย์ นอกจากเครื่องป้องกันกระแสเกินของดวงโคม หรือโหลดอื่น ๆ เฉพาะจุด
ข. ช่องว่างด้านหลังที่กำบังที่จะเข้าถึงได้ต้องไม่ใช้เป็นช่องลมของเครื่องปรับอากาศ (air-handling)
ค. บัสเวย์ต้องเป็นชนิดปิดมิดชิด ไม่มีการระบายอากาศ
ง. จุดต่อระหว่างช่องและเครื่องประกอบ ต้องเข้าถึงได้เพื่อการบำรุงรักษา
ข้อยกเว้นที่ 2 ยอมให้บัสเวย์ที่ติดตั้งหลังที่กำบังที่สามารถเข้าถึงได้ และที่จัดให้เป็นที่หมุนเวียนอากาศด้วย ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้ทั้งหมด
ก. บัสเวย์ต้องเป็นชนิดปิดมิดชิด ไม่มีการระบายอากาศ
ข. ใช้บัสบาร์ชนิดหุ้มฉนวน
ค. ไม่มีจุดต่อแยก ชนิด Plug-in
(2) ห้ามใช้บัสเวย์ในสถานที่ต่อไปนี้
ก. บริเวณที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพอย่างรุนแรง หรือมีไอที่ทำให้เกิดการผุกร่อน
ข. ในปล่องลิฟท์หรือปล่องขนของ
ค.ในที่อันตราย
ง. ภายนอกอาคาร ที่ชื้นหรือเปียก นอกจากจะเป็นชนิดที่ออกแบบไว้สำหรับงานนั้น ๆ
6.15.2 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง
ก. บัสเวย์ ต้องจับยึดอย่างมั่นคง ระยะห่างระหว่างจุดจับยึดต้องไม่เกิน 1.50 เมตร หรือตามการออกแบบของผู้ผลิต
ข. จุดปลายทางของบัสเวย์ต้องปิด
ค. การต่อแยกบัสเวย์ ต้องต่อด้วยเครื่องประกอบที่ออกแบบมาโดยเฉพาะและต้องติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินที่จุดต่อแยก เพื่อใช้ป้องกันวงจรที่ต่อแยก นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ง. เครื่องป้องกันกระแสเกินของบัสเวย์ ต้องเป็นไปตามที่กำหนด
จ. การลดขนาดของบัสเวย์ ต้องติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกิน
ยกเว้น ในโรงงานอุตสาหกรรม บัสเวย์ที่เล็กลง มีขนาดกระแสมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ใน 3 และความยาวของบัสเวย์ที่มีขนาดเล็กกว่า ยาวไม่เกิน 15 เมตร ไม่ต้องติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกิน
ฉ. บัสเวย์ต้องไม่ติดตั้งให้สัมผัสกับวัสดุที่ติดไฟง่าย
ช. เปลือกหุ้มที่เป็นโลหะของบัสเวย์ ต้องต่อลงดินและให้ใช้แทนสายดินได้ ถ้าบัสเวย์ได้ออกแบบไว้เช่นนั้น


6.16 การเดินสายในรางเคเบิล (CABLE TRAYS)
6.16.1 การใช้งาน
(1) สายและอุปกรณ์ต่อไปนี้ยอมให้ติดตั้งในรางเคเบิลได้ แต่ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดของการเดินสายหรือของอุปกรณ์นั้น ๆ
ก. สายเคเบิล type MI type MC และ armored cable
ข. สายเคเบิลแกนเดียวชนิดมีฉนวนและเปลือกนอกขนาดตัวนำไม่เล็กกว่า 50 ตารางมิลลิเมตร
ค. สายเคเบิลหลายแกนในระบบแรงต่ำทุกขนาด
ง. สายอื่นชนิดหลายแกนสำหรับควบคุมสัญญาณ
จ. ท่อร้อยสายชนิดต่าง ๆ
(2) ยอมให้ติดตั้งสายเคเบิลแกนเดียวชนิดไม่มีเปลือกนอกขนาดตัวนำไม่เล็กกว่า 50 ตารางมิลลิเมตร ได้ในรางเคเบิลแบบบันได ซึ่งมีระยะห่างระหว่างขั้นบันได ไม่เกิน 23 เซนติเมตร (9 นิ้ว) หรือแบบรางมีช่องระบายอากาศ เฉพาะในงานอุตสาหกรรมที่มีบุคคลมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลและบำรุงรักษา
(3) ห้ามใช้สาย crosslink-polyethylene วางในรางเคเบิลในอาคาร
ยกเว้น ร้อยสายในท่อร้อยสายชนิดท่อโลหะ
(4) ในบริเวณอันตรายต้องใช้สายเฉพาะที่อนุญาตให้ใช้ในเรื่องบริเวณอันตรายเท่านั้น
(5) ห้ามใช้รางเคเบิลในปล่องลิฟท์หรือสถานที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ
(6) ในสถานที่ใช้งานซึ่งสายมีโอกาสถูกแสงแดดโดยตรง ต้องใช้สายชนิดทนแสงแดดได้
6.16.2 ข้อกำหนดเกี่ยวกับรางเคเบิล
(1) ต้องมีความแข็งแรงและมั่นคงที่จะรองรับน้ำหนักสายทั้งหมดที่ติดตั้ง ไม่มีส่วนแหลมคมที่อาจทำให้ฉนวนและเปลือกเสียหาย
(2) มีการป้องกันการผุกร่อนอย่างพอเพียงกับสภาพการใช้งาน ต้องมีผนังด้านข้างและใช้เครื่องประกอบการติดตั้งที่เหมาะสม
(3) รางเคเบิลชนิดอโลหะ ต้องทำด้วยวัสดุด้านเปลวไฟ
6.16.3 การติดตั้ง
(1) รางเคเบิลต้องมีความต่อเนื่องทางกล
(2) รางเคเบิลที่เป็นโลหะ ต้องมีความต่อเนื่องทางไฟฟ้า และต้องต่อลงดิน
(3) สายที่ติดตั้งบนรางเคเบิลเมื่อเดินแยกเข้าท่อสายอื่นต้องมีการจับยึดให้มั่นคง
(4) ห้ามติดตั้งสายเคเบิลระบบแรงต่ำในรางเคเบิลเดียวกันกับสายเคเบิลระบบแรงสูง
(5) รางเคเบิลต้องติดตั้งในที่เปิดโล่งและเข้าถึงได้และมีที่ว่างพอเพียงที่จะปฏิบัติงานบำรุงรักษาสายเคเบิลได้สะดวก
(6) ในรางเคเบิลที่มีเคเบิลแกนเดียวหลายเส้นต่อขนานกัน เพื่อประกอบเป็นสายเฟสหรือสายนิวตรอลของวงจร สายเคเบิลดังกล่าวต้องติดตั้งเป็นกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยตัวนำไม่เกิน 1 เส้น ต่อเฟส หรือนิวตรอล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระแสไม่สมดุลย์ เนื่องจากการเหนี่ยวนำ และต้องผูกมัดตัวนำแต่ละกลุ่ม เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวเมื่อเกิดการลัดวงจร
(7) การต่อสายในรางเคเบิลต้องทำให้ถูกต้องตามวิธีการต่อสาย แต่จุดต่อสายต้องอยู่ภายในรางเคเบิล และต้องไม่สูงเลยขอบด้านข้างของรางเคเบิล
(8) ห้ามใช้รางเคเบิลเป็นตัวนำแทนสายดิน
6.16.4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดวางสายและจำนวนสายในรางเคเบิล ในระบบแรงต่ำ
(1) สายเคเบิลหลายแกนที่ใช้งานต่างประเภท เช่น ใช้สำหรับไฟฟ้ากำลังแสงสว่าง สัญญาณควบคุม วางในรางเคเบิลแบบบันไดหรือแบบรางมีช่องระบายอากาศ จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้
ก. สายเคเบิลขนาดตั้งแต่ 95 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป ผลรวมเส้นผ่านศูนย์กลาง รวมฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินขนาดความกว้างของรางเคเบิล และให้วางเรียงกันได้ชั้นเดียวเท่านั้น
ข. สายเคเบิลที่มีขนาดเล็กกว่า 95 ตารางมิลลิเมตร ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสาย ต้องไม่มากกว่าพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ 6-8 ช่องที่ 1
ค. สายเคเบิลที่มีขนาดตามข้อ ก. และ ข. วางรวมกันในรางเคเบิล ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายที่มีขนาดเล็กกว่า 95 ตารางมิลลิเมตรทั้งหมด ต้องไม่เกินพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนดไว้ใน ตารางที่ 6-8 ช่อง 2 และให้วางซ้อนกันได้ สำหรับสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 95 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป ต้องวางเรียงกันเพียงชั้นเดียวโดยไม่มีสายเคเบิลอื่นมาวางทับ
(2) สายเคเบิลหลายแดนสำหรับควบคุมและ/หรือเคเบิลสัญญาณวางในรางเคเบิลแบบบันได้หรือแบบรางมีช่องระบายอากาศ ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินร้อยละ 50 ของพื้นที่ภาคตัดขวางภายในของรางเคเบิล สำหรับรางเคเบิลที่มีความลึกมากกว่า 15 เซนติเมตร ให้ใช้ค่าความลึก 15 เซนติเมตร ในการคำนวณพื้นที่ภาคตัดขวาง
(3) สายเคเบิลหลายแกนที่ใช้งานต่างประเภท วางในรางเคเบิลแบบด้านล่างทึบ จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้.-
ก. สายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 95 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป ผลรวมของเส้นผ่านศูนย์กลางรวมฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินร้อยละ 90 ของขนาดความกว้างของรางเคเบิล และให้วางเรียงได้ชั้นเดียวเท่านั้น
ข. สายเคเบิลที่มีขนาดเล็กกว่า 95 ตารางมิลลิเมตร ผลรวมพื้นที่หน้าตัด รวมฉนวนและเปลือกของสาย ต้องไม่มากกว่าพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนด
ค. สายเคเบิลที่มีขนาดตามข้อ ก.และข้อ ข. วางรวมกันในรางเคเบิล ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายที่มีขนาดเล็กกว่า 95 ตารางมิลลิเมตรทั้งหมด ต้องไม่เกินพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนด ช่องที่ 4 และให้วางซ้อนกันได้ สำหรับสายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 95 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป ต้องวางเรียงกันเพียงชั้นเดียว โดยไม่มีสายเคเบิลอื่นมาวางทับ
(4) สายเคเบิลหลายแกนสำหรับควบคุมและ/หรือเคเบิลสัญญาณวางในรางเคเบิลแบบด้านล่างทึบ ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินร้อยละ 40 ของพื้นที่ภาคตัดขวางภายในของรางเคเบิล สำหรับรางเคเบิลที่มีความลึกมากกว่า 15 เซนติเมตร ให้ใช้ค่าความลึก 15 เซนติเมตร ในการคำนวณพื้นที่ภาคตัดขวาง
(5) สายเคเบิลแกนเดียวในรางเคเบิลแบบบันไดหรือแบบรางมีช่องระบายอากาศ จำนวนสายเคเบิลสูงสุดต้องเป็นดังนี้
ก. สายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 400 ตารางมิลลิเมตร ขึ้นไป ผลรวมเส้นผ่านศูนย์กลางรวมฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินขนาดความกว้างของรางเคเบิล
ข. สายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 120 ถึง 400 ตารางมิลลิเมตร ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสาย ต้องไม่มากกว่าพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนด
ค. สายเคเบิลที่มีขนาดตามข้อ ก.และ ข.วางรวมกันในรางเคเบิล ผลรวมพื้นที่หน้าตัดรวมฉนวนและเปลือกของสายที่มีขนาดเล็กกว่า 400 ตารางมิลลิเมตรทั้งหมด ต้องไม่เกินพื้นที่สูงสุดที่ยอมให้วางสายได้ตามที่กำหนด
ง. สายเคเบิลที่มีขนาดตั้งแต่ 50 ถึง 95 ตารางมิลลิเมตร ผลรวมเส้นผ่านศูนย์กลางรวม ฉนวนและเปลือกของสายทั้งหมด ต้องไม่เกินขนาดความกว้างของรางเคเบิลและให้วางเรียงกันได้ชั้นเดียวเท่านั้น
6.16.5 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดวางสายและจำนวนสายในรางเคเบิลในระบบแรงสูง ผลรวมของเส้นผ่านศูนย์กลางของสายเคเบิลแกนเดียวและหลายแกนทั้งหมดรวมกัน ต้องไม่เกินความกว้างของรางเคเบิล การวางเคเบิลยอมให้วางเรียงได้ชั้นเดียวเท่านั้น ห้ามวางซ้อนหรือเกยกัน ในที่ซึ่งสายเคเบิลแกนเดียวเป็นชนิดตีเกลียวเข้าด้วยกัน หรือมัดควบเข้าด้วยกันเป็นกลุ่มและวงจร ผลรวมของเส้นผ่านศูนย์กลางของสายเคเบิลทั้งหมด ต้องไม่เกินความกว้างของรางเคเบิลและกลุ่มของสายเคเบิลเหล่านี้ ห้ามวางซ้อนกัน
6.16.6 ขนาดกระแสของสายในรางเคเบิลในระบบแรงต่ำ
(1) สายเคเบิลแกนเกียว
ก. ขนาดกระแสของสายเคเบิลแกนเดียวหรือสายแกนเดียวตีเกลียวเข้าด้วยกัน (เช่น triplex quadruplex) ติดตั้งในรางเคเบิลแบบบันได้ ต้องเป็นไปตาม ตารางที่ 6-2 วิธีที่ 7
ข. ขนาดกระแสของสายเคเบิลแกนเดียวหรือสายแกนเดียวตีเกลียวเข้าด้วยกัน ติดตั้งในรางเคเบิลแบบมีช่องระบายอากาศ ขนาดกระแสให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละ 95 ของขนาดกระแสที่ได้จาก ตารางที่ 6-2 วิธีที่ 7
ถ้ารางเคเบิลมีการปิดตลอดด้วยฝาทึบความยาวเกิน 180 เซนติเมตร ขนาดกระแสให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละ 90 ของขนาดกระแสที่ได้จาก ตารางที่ 6-2 วิธีที่ 7
ยกเว้น การติดตั้งสายเคเบิลแกนเดียวในรางเคเบิลที่ไม่มีฝาปิด ถ้าแต่ละเส้นวางห่างกันไม่น้อยกว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสายเคเบิลเส้นโตที่อยู่ใกล้กัน การคิดขนาดกระแสยอมให้ใช้ค่ากระแสที่ได้จาก ตารางที่ 6-2 วิธีที่ 2
(2) สายเคเบิ้ลหลายแกน
ขนาดกระแสของสายเคเบิลหลายแกน ยอมให้ใช้ค่าตาม ตารางที่ 6-2 วิธีที่ 3 (ท่อโลหะ)
ข้อยกเว้นที่ 1 รางเคเบิลปิดตลอดด้วยฝาทึบยาวเกิน 180 เซนติเมตร ขนาดกระแสของสายให้ลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ 95 ของค่าที่ได้จาก ตารางที่ 6-2 วิธีที่ 3 (ท่อโลหะ)
ข้อยกเว้นที่ 2 การติดตั้งเคเบิลหลายแกนในรางเคเบิลที่ไม่มีฝาปิด ถ้าแต่ละเส้นวางห่างกันไม่น้อยกว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสายเคเบิลเส้นโตที่อยู่ใกล้กัน ขนาดกระแสของสายยอมให้ไม่เกินค่าที่ได้จากตารางที่ 6-2 วิธีที่ 3 (ท่อโลหะ)

6.17 โคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบ
6.17.1 โคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบ ต้องไม่มีส่วนที่มีไฟฟ้าเปิดโล่งให้สัมผัสได้
6.17.2 โคมไฟฟ้าและเครื่องประกอบต้องเลือกชนิดให้เหมาะสมกับสภาพการติดตั้ง เช่นติดตั้งภายนอกอาคารในที่เปียกชื้น ต้องเป็นชนิดที่น้ำไม่สามารถเข้าในดวงโคมได้
6.17.3 โคมไฟฟ้าที่อยู่ใกล้วัสดุติดไฟง่าย ต้องมีเครื่องป้องกันหรือกั้นไม่ให้วัสดุดังกล่าว ได้รับความร้อนสูงเกินไปจนอาจติดไฟได้
6.17.4 โคมไฟฟ้าต้องติดตั้งให้สามารถตรวจสอบการต่อสาย ระหว่างสายของดวงโคมกับสายของวงจรย่อยได้สะดวก
6.17.5 การเดินสายดวงโคม ขนาดของสายไฟฟ้าต้องไม่เล็กกว่า 0.50 ตารางมิลลิเมตร และต้องเป็นชนิดที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
6.17.6 ฉนวนของสายในดวงโคม ต้องเหมาะสมกับกระแส แรงดัน และอุณหภูมิใช้งาน
6.17.7 ดวงโคมที่ติดตั้งในสถานที่เปียกชื้นหรือสถานที่มีการผุกร่อนได้ ต้องใช้สายไฟฟ้าชนิดที่ได้รับการรับรอง เพื่อใช้สำหรับจุดประสงค์นั้น
6.17.8 ดวงโคมและขั้วรับหลอด ต้องมีการจับยึดอย่างแข็งแรงและเหมาะสมกับน้ำหนักของดวงโคม ดวงโคมที่มีน้ำหนักมาก หรือมีขนาดใหญ่ ห้ามใช้ขั้วรับหลอดเป็นตัวรับน้ำหนักของดวงโคม
6.17.9 จุดต่อ หรือจุดต่อแยกของสาย ต้องไม่อยู่ในก้านดวงโคม